วันอาทิตย์ที่ 31 มกราคม พ.ศ. 2564

เกษตรกรออฟฟิศ บทที่ 7 แนะนำแนวทางก่อนลาออกจะงานประจำ มาทำการเกษตร


หลายๆคนมีความฝันอยากจะทิ้งความวุ่นวาย จอแจในเมืองใหญ่ กลับไปใช้ชีวิตแบบสงบและเรียบง่ายในชนบท โดยตั้งเป้าหมายว่าจะกลับไปใช้ชีวิตในชนบทในวัยเกษียณ แต่ยังมีอีกหลายคนที่มีความฝันอยากจะเป็นเกษตรกร แต่ไม่มีที่ดินทำกิน ความฝันนี้จึงเป็นความฝันที่เลือนลาง เมื่อคิดถึงราคาที่ดินที่ต้องซื้อ เงินที่เก็บมาทั้งชีวิต เอาไปซื้อที่ดินแล้วมันจะเหลือเท่าไหร่ และถ้าซื้อที่ดินมาแล้วจะเอาเงินที่ไหนมาพัฒนาที่ดินให้เป็นสวนที่ฝันไว้ คิดมาถึงตรงนี้ผมเชื่อว่าเกือบทุกคน หยุดความฝันเอาไว้แค่ตรงนี้.......

"วันนี้ผมจะมาแนะนำวิธีที่จะทำให้ความฝันของคุณเป็นจริง "


การจะเป็นเกษตรกร ก่อนอื่นเราควรต้องมีที่ดินทำกินก่อนเป็นอันดับแรก "จะเช่าที่ดินทำการเกษตรได้ไหม" มันก็ได้นะแต่ผมเชื่อว่าทุกๆก็อยากจะเป็นเจ้าของที่ดิน และมีบ้านเป็นของตัวเองด้วนกันทั้งนั้น


แล้วจะทำยังไงถึงจะมีที่ดินทำกินเป็นของตัวเองในเมื่อเราไม่มีเงินหลายแสนหลายล้านไปซื้อ!?!
ผมเลยมานั่งคิดว่าทำยังไงมนุษย์เงินเดือนมนุษย์ออฟฟิศจะได้มีที่ดินทำกิน 



ผมจำได้ว่าผมเคยเห็นในเฟสบุ๊คมีการโพสต์ขายที่ดินโดยแบ่งที่ดินเป็นแปลงๆให้ผ่อนตรงกับเจ้าของที่ ผมจึงลองพิมพ์ค้นหาดูก็มีจริงๆ ที่ดินส่วนใหญ่จะอยู่ไม่ไกลจาก กทม.มากนัก เหมาะที่จะเริ่มต้นทำการเกษตรในระหว่างที่เรายังทำงานประจำอยู่ ผ่อนในราคาเบาๆในระหว่างนั้นเราก็สามารถเพราะปลูกไปยืนต้นเตรียมไว้ก่อน หยุดเสาร์-อาทิตย์ ก็เดินทางไปดูแลสวนค่อยๆทำไปเรื่อย เมื่อผ่อนหมด พืชผลเริ่มออกดอกออกผมถึงตอนนั้นเราจะลาออกจากงานมาเป็นเกษตรกรแบบเต็มตัวก็ได้

ที่ดินบางแปลงอาจจะไม่มีระบบสาธารณูปโภคใดๆเลยก็มี แต่ที่ดินแบบนี้ก็จะมีราคาถูกมากๆ
ถ้าไม่มีน้ำไฟแล้วจะทำเกษตรยังไง!?! ทุกวันนี้เทคโนโลยีโซล่าเซลล์ถูกลงมาก แค่ใช้ไฟในสวน ไม่จำเป็นต้องใช้ระบบโซล่าเซลล์ที่มีราคาแพงมากมาย ผมจะมาแนะนำโซล่าเซลล์ราคาไม่แพงแต่ใช้ประโยชน์ได้มาให้เพื่อนๆได้ลองทำตาม


อุปกรณ์ที่ต้องใช้ (สามารถสั่งซื้ออุปกรณ์โดยคลิ๊กที่ชื่ออุปกรณ์ได้เลยครับ)






วิธีการติดตั้งตามคลิปวีดีโอเลยครับไม่ยาก ไม่จำเป็นที่จะต้องเป็นช่างก็ต่อได้ครับ






คลิ๊ก!!    












  คลิ๊ก!!









คลิ๊ก!!






ตู้เย็นโซล่าเซลล์ 12v. 24v.










        คลิ๊ก!!











แอร์พลังงานแสงอาทิตย์







คลิ๊ก!!!










คลิ๊ก!!




วันศุกร์ที่ 29 มกราคม พ.ศ. 2564

เกษตรกรออฟฟิศ บทที่ 6 จัดการขยะในครัวเรือนด้วย สวนแบบรูกุญแจ (keyhole garden)

การจัดการขยะในครัวเรือนแบบที่เกิดประโยชน์และลดปัญหาเรื่องมลพิษ ด้วยสวนแบบ รูกุญแจ (keyhole garden) 


เรามาทำความรู้จักกับไอ้สวนแบบคีร์โฮลกันก่อน(ไม่รู้ว่าอ่านถูกไหม ภาษาประกิตไม่ค่อยเก่งซะด้วย) สวน "คีร์โฮล" หรือ แปลเป็นภาษาไทยว่า "รูกุญแจ" คงเพราะลักษณะที่มีการเว้นช่องว่างไว้สำหรับให้เราเดินเอาขยะเปียกเข้าไปทิ้งในตรงกลางสวน ที่มันมีลักษณะเหมือนรูกุญแจ



สวนคีย์โฮล มันไม่ใช่เรื่องใหม่ ในไทยก็มีบทความเกี่ยวกับสวนแบบคีย์โฮลอยู่มากมายไปลองหาอ่านกันได้ครับ (แต่ผมพยายามจะไม่อ่านบทความของคนอื่นกลัวจะเขียนออกมาเหมือนคนอื่น) ถ้าถามผมว่าไอ้สวนแบบคีย์โฮลมันเกิดขึ้นมาตั้งแต่เมื่อไหร่ ผมตอบได้ทันทีอย่างไม่ต้องคิดว่า "มันเกิดมาหลายปีแล้ว แต่ถ้าถามผมว่ามนุษย์ตนใดเป็นผู้คิด อันนี้ผมในฐานะผู้เขียนที่ศึกษาเรื่อนนี้มาพอสมควร ขอตอบตรงนี้เลยว่า "ไม่รู้" แต่ที่เอาเรื่องนี้มาเขียนเพราะมันมีประโยชน์มาก 


การจัดการขยะในครัวเรือนสังคมชนบท 80% คือการเผา 20% คือการฝังกลบ ซึ่งทั้ง 2 วิธีนี้ มันสร้างมลพิษอย่างมาก และผลกระทบก็ส่งผลโดยตรงกับตัวพวกท่านเอง ดังนั้นวันนี้เราจะมาจัดการกับขยะพวกนี้ให้เกิดประโยชน์ไม่สร้างมลพิษกัน 



 ก่อนอื่นเราต้องรู้จะการแยกขยะก่อนว่าขยะแบบไหนสามารถทำปุ๋ยได้ ขยะแบบไหนเป็นขยะที่ไม่สามารถย่อยสลายเป็นปุ๋ยได้ ขยะแบบไหนคือขยะอันตราย (ผมว่าทุกคนแยกแยะได้แหละ) 

*การจัดการขยะเป็นพิษควรนำไปทิ้งถังขยะที่เทศบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดไว้ให้ อย่าฝังกลบเพราะสารพิษจะลงสู่แหล่งน้ำใต้ดิน และไม่ควรเผาทำลาย


ขยะที่สามารถน้ำมาทำปุ๋ยได้เช่น กระดาษ,เศษใบไม้,เศษอาหาร,พืชผัก,ผลไม้ เป็นต้น

วิธีการทำ (สารมารถคลิ๊กสั่งซื้ออุปกรณ์บนชื่ออุปกรณ์ได้เลยนะครับ)

วางเรียงอิฐหรือวัสดุอะไรก็ได้(ที่หาง่ายที่สุด เช่น ก้อนหิน,เศษไม้,สังกะสีเก่า วางให้เป็นวงกลมเว้นช่องทางเดิน (ตามรูป)




จากนั้นปูพื้นด้วยลังกระดาษ แล้วใช้ตะกร้าหรือตะแกรงวงกลมสูงประมาณ 100 เซนติเมตร(เพื่อใส่เศษอาหาร) ตั้งไว้ตรงกลางวง ใส่ขอนไม้ กิ่งไม้ลงไปในวงอิฐ รองไว้ให้มีช่องอากาศ ใส่ก้อนหินลงในตะกร้า ประมาณ 20 เซนติเมตร เพื่อให้มีช่องว่างช่องอากาศเศษอาการจะได้กระจายไปทั่วบ่อ ใส่เศษใบไม้เศษกระดาษจนเกือบเต็มวงอิฐ รดน้ำให้ชุ่ม ใส่ปุ๋ยคอกผสมดินลงให้เต็มวงอิฐ  ละลายสารเร่ง พด.1 (จุลินทรีย์ทำปุ๋ยหมัก)ในน้ำ 1 ปี๊ป 20ลิตร คนให้เข้ากันนาน 10 นาที รดลงที่กองปุ๋ยหมักให้ทั่ว ใส่เศษอาหารจากครัวเรือนลงในตะกร้าจากนั้นปิดฝากันแมลงวัน ปลูกผักผลไม้ตามต้องการ






*เพื่อเร่งให้กระบวนการการย่อยเศษใบได้เร็วขึ้นเศษกระดาษเร็วขึ้น ใช้ปุ๋ยยูเรีย 5 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร ลดที่กองปุ๋ยหมัก 


































เกษตรกรออฟฟิศ บทที่ 5 ทำรางปลูกผักไฮโดรโปนิกส์จากขวดน้ำพลาสติก

การปลูกผักแบบ" ไฮโดรโปนิกส์ "หรือแบบ" อควาโปนิกส์ " เกษตรกรหลายๆคนอาจมาว่าต้นทุนสูงไม่คุ้มค่าที่จะลงทุน จริงๆแล้วผมก็มองว่ามันไม่คุ้มทุนจริงๆ ต้นทุนค่าอุปกรณ์สูงมาก แล้วเราต้องขายพืชผักของเราราคาเท่าไหร่ถึงจะคืนทุน!?! ถ้าตั้งราคาพืชผักเราสูงจะมีคนซื้อไหม? นี่จึงเป็นเหตุผลสำคัญที่เกษตรตัวจริงไม่ปลูกผักไฮโดรโปนิกส์ 

วันนี้เราจะมาทำรางปลูกผักไฮโดรโปนิกส์ หรือ อควาโปนิกส์ด้วยวัสดุเหลือใช้กัน อาจจะดูไม่ไฮโซแต่มันใช้งานได้จริง!!!! ทำการเกษตรต้นทุนจะต้องต่ำเพราะราคาพืชผลทางการเกษตรมันต่ำมาก 

"ถ้าพื้นฐานชีวิตไม่ได้มีมากแบบคนอื่น
         เราจึงต้องมีความพยายามมากกว่าคนอื่น"





อุปกรณ์ที่เราจะต้องใช้ (ถ้าไม่มีชิ้นไหนสามารถคลิ๊กที่ชื่ออุปกรณ์เพื่อสั่งซื้อได้นะครับ)

1.ขวดน้ำพลาสติก (มากน้อยขึ้นอยู่ที่เราจะทำขนาดไหน)


3.ถ้วยปลูกผักไฮโดรโปนิกส์(ถ้าไม่มีเอาถ้วยปีโป้แทนก็ได้)

4.ฟองน้ำ


6.ท่อพีวีซี 4 หุน(ใช้ไม่ถึง1เส้นแต่ต้องซื้อ1เส้นเพราะเขาไม่แบ่งขายนะจ๊ะ!!!)


8.ต้นกล้าผักที่จะปลูก เมล็ดพันธุ์ผัก

9.ข้อต่อพีวีซี 3ทาง 4หุน  5ตัว

10.ข้องอ 90องศา 4หุน 2ตัว

11. ท่อพีวีซี 2นิ้ว ยาว 60เซนติเมตร


13.สายยางตู้ปลา 1เมตร

14.ตัวปิดท่อ 2นิ้ว 1ตัว




ดูวิธีทำตามคลิปวีดีโอในลิงค์ด้วยนะครับจะได้เข้าใจง่ายขึ้น เดี๋ยวผมอธิบายจะงงกัน


เริ่มลงมือทำกันเลยครับ


1.ใช้หัวแร้งมาเจาะรูที่ก้นขวดขนาดให้ปากขวดสวมใส่ได้




 2.นำขวดมาต่อกันโดยใช้ปากขวดสวมเข้ารูที่เจาะก้นขวด แล้วหมุดขัดให้แน่น



3.เจาะข้างขวดเป็นรูกลมๆ ขนาดรูให้เท่าถ้วยปลูก เวลาที่เราใส่ถ้วยปลูกได้พอดีและเจาะรูให้เป็นแนวเดียวกันเพื่อความสวยงาม




4.นำถ้ายปีโป้มาตัดก้นถ้วย





5.ต่อท่อพีวีซีตามรูปประกอบ








6.นำท่อพีวีซี 4 หุน มาเจาะรูขนาดพอร้อยสายยางได้
เจาะ 5รู ระยะห่างกันประมาณ 15 เซนติเมตร




7.ตัดสายยางเป็นท่อนยาวประมาณ 10เซนติเมตร ร้อยสายยางจากท่อพีวีซีที่เจาะรู ไปเข้าก้นขวด (ต้องเจาะก้นขวดขวดสุดท้ายของแต่ละแถว) จากนี้ต่อแล้วยิงกาวให้เรียบร้อย (งงป่ะเขียนเองยัง งง ถ้างง ทำตามวีดีโอเด้อ)

8.ทำกรองด้วยท่อ 2นิ้ว ปิดตูดท่อ จากนั้นเจาะรูที่ท่อ ประมาณ 20รู ใส่ฟองน้ำ หินกรวด และถ่านลงไป





9.เจาะฝาถังตามรูป จากนั้นติดตั้งปั้มน้ำตู้ปลาก่อนเติดน้ำยิงกาวตามจุดเชื่อมต่อให้แนนทุกจุด







10.เติมน้ำลองระบบ


11.น้ำต้นกล้าใสในฟองน้ำแล้วใสลงถ้วยปลูก



ก็จบไปแล้วนะครับวิธีทำรางปลูกผักไฮโดรโปนิกส์จากขวดน้ำ อาจจะงงๆกันหน่อย เพราะผู้เขียนยังมือใหม่ อย่างไรก็ฝากติดตามกันด้วยนะครับ แล้วผมจะเอาสาระดีๆมาเขียนให้งงกันอีกครับ





*ถ้ายังไม่มีที่ซื้อสั่งตามลิ้งค์ข้างล่างได้นะครับ


















วันพฤหัสบดีที่ 28 มกราคม พ.ศ. 2564

เกษตรกรออฟฟิศ บทที่4 ปลูกพืชเห็นแก่ตัว


ปลูกพืชแบบเห็นแก่ตัว อ่านมาถึงตรงนี้หลายคนคง งง!?! การปลูกพืชแบบเห็นแก่ตัวอะไรฟร๊ะ!?! อธิบายง่ายๆ คือการที่เราปลูกพืชโดยที่จะไม่ยอมแบ่งสารอาหารน้ำและปุ๋ยให้วัชพืชเลย เพื่อให้ต้นไม้เรากินอิ่มที่สุด และเราจะได้ไม่ต้องลำบากมาเสียเวลากำจัดวัชพืชศัตรูพืชตัวร้าย ยังสามารถควบคุมสารอาหารและปริมาณน้ำได้

 ในบทนี้นอกจากเราจะปลูกพืชโดยที่ไม่แบ่งปันสารอาหารให้วัชพืชแล้วเรายังลดขยะประเภทขวดพลาสติกในครัวเรือนไปได้มาก 

อุปกรณ์ในการทำ

1.ขวดน้ำพลาสติก ขนาด 1ลิตรขึ้นไป
2.ด้านดิบ(ใส่ตะเกียง)
3.มีดคัดเตอร์
4.ดิน
5.ปุ๋ยคอก
6.ต้นกล้าพีชที่จะปลูก




วิธีทำ

1.ตัดขวดน้ำพลาสติก ประมาณครึ่งขวด

2.เจาะรูที่ส่วนปากขวด ประมาณ 3-4 รู

3. ตัดเชือกด้ายดิบยาวประมาณ 4นิ้ว แล้วร้อยเชือกด้ายดิบ ใส่รูที่เจาะ ประมาณ 3-4เส้น (ตามรูปแรก) 

4.ใสดินผสมปุ๋ยคอก ดิน 2 ส่วน ปุ๋ย 1ส่วน

5.นำต้นกล้าพืชที่คุณเตรียมไว้ลงปลูก 

6.รดน้ำให้น้ำเต็มในส่วนใต้ขวด

7.น้ำขวดที่ปลูกต้นไปเสร็จแล้งไปฝังลงกินในบริเวณแปลงปลูก โดยให้บริเวณส่วนบนโผล่พ้นพื้นประมาณ 2 เซ็นติเมตร



***จากการทดลองปลูกต้นพริกชี้ฟ้า ต้นที่มีลูกแล้ว เราเติมน้ำแค่สัปดาห์ละครั้งเท่านั้น 

ง่ายๆไม่มีต้นทุน ประหยัดน้ำ ประหยัดปุ๋ย ประหยัดเวลา ไม่ต้องไม่ต้องลดน้ำบ่อย จันทร์-ศุกร์ ผมทำงานอยู่ กทม. เสาร์-อาทิตย์ กลับต่างจังหวัดเติมน้ำให้ต้นพริก (ไม่รู้ว่าใครเป็นคนคิดวิธีปลูกแบบนี้ แต่บอกได้คำเดียวว่าดีมาก) เหมาะกับเกษตรออฟฟิศจริงๆ 
😁😁😁






















วันอังคารที่ 26 มกราคม พ.ศ. 2564

เกษตรกรออฟฟิศ บทที่3 เลี้ยงปลาดุกในระบบ Aquaponics systems







ปลาดุกจัดเป็นปลาเศรษฐกิจที่นิยมเลี้ยงและบริโภคซึ่งมีผลผลิตมากเป็นอันดับที่ 2 ของผลผลิตสัตว์น้ำจืดทั้งหมด (กรมประมง, 2549) นอกจากนี้ปลาชนิดนี้ยังเป็นปลาที่เลี้ยงง่ายมีการเจริญเติบโตรวดเร็วสามารถทนต่อโรคพยาธิและสามารถปรับตัวให้เข้ากับสภาพแวดล้อมต่างๆได้ดีอีกทั้งยังเลี้ยงด้วยอัตราความหนาแน่นสูงได้ แต่กลับพบว่ามีปัญหาในเรื่องคุณภาพน้ำของการเลี้ยงปลาดุกเนื่องจากมีปริมาณของแอมโมเนีย-ไนโตรเจน ไนไตรท์และไนเตรทในน้ำค่อนข้างสูง จึงส่งผลให้ปลาชะงักการเจริญเติบโต เกษตรกรบางรายที่ต้องการลดต้นทุนการผลิตลง นด้วยให้อาหารสดำ จำพวกไส้ไก่ โครงไก่สับเป็นอาหาร ซึ่งส่งผลให้ปริมาณแอมโมเนีย-ไนโตรเจน ไนไตรท์และไนเตรท สูงขึ้นตามไปด้วย ดังนั้นเมื่อเกิดสภาวะมีปริมาณไนโตรเจนในน้ำสูงดังกล่าวจึงต้องทำให้เกษตรกรเปลี่ยนถ่ายน้ำในการเลี้ยงปลาดุกทุกๆ 15 วัน ถ้าทำการเลี้ยงปลาดุกในบ่อซีเมนต์หรือบ่อปูพื้นด้วยพลาสติกจากวิธีการดังกล่าวจึงมีแนวคิดว่าถ้าเราเปลี่ยนวิธีการจัดการน้ำที่ใช้ในการเลี้ยงปลาดุกใหม่เป็นการบำบัดน้ำผ่านระบบไฮโดรโพนิกส์แล้วหมุนเวียนน้ำกลับมาเลี้ยงปลาดุกลูกผสมอีกครั้งน่าจะส่งผลดีให้กับระบบการเลี้ยงเพราะการเปลี่ยนถ่ายน้ำในแต่ละครั้งจะทำให้ปลาเครียดหยุดกินอาหารทำให้ชะงักการเจริญเติบโตได้ และการใช้ระบบไฮโดรโพนิกส์เข้ามาทำการบำบัดน้ำเนื่องจากระบบนี้เป็นการปลูกพืชโดยไม่ใช้ดินและในการเลี้ยงปลาดุกมีปริมาณของไนโตรเจนและฟอสฟอรัสสูง ซึ่งแร่ธาตุดังกล่าวเป็นที่ต้องการในพืชโดยเฉพาะผักกินใบทางแนวคิดที่จะนำผักกินใบชนิดต่างๆมาบำบัดน้ำในการเลี้ยงปลาตุกลูกผสมในบ่อซีเมนต์และให้ประโยชน์กับเกษตรกรอีกเรื่องคือการขายผักปลอดสารพิษซึ่งในขณะนี้เป็นที่นิยมในการบริโภคอย่างมาก วิธีนี้จะเป็นประโยชน์อย่างมากในเรื่องการใช้น้ำให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดต่อการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำโดยเฉพาะอย่างยิ่งการเลี้ยงปลาดุกโดยการใช้ผักมาบำบัดน้ำผ่านระบบไฮโดรโพนิกส์ทำให้เกษตรกรมีแนวทางการประกอบอาชีพที่หลากหลายขึ้น เพิ่มรายได้จากการประกอบอาชีพหลักและนำน้ำมาใช้เพื่อก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดลดปัญหาการขาดแคลนน้ำในอนาคตและช่วยบำบัดน้ำก่อนปล่อยน้ำลงสู่แหล่งน้ำธรรมชาติได้อีกทางหนึ่ง

มันอุปกรณ์การทำอควาโปนิกส์ (Aquaponics)

1. ถัง 200 ลิตร 3 ใบ 

2. ถัง 150 ลิตร 1 ใบ 

3. ท่อ pvc ขนาด 11/2 นิ้ว 1 เส้น 

4. เกลียว pvc นอกและใน 12 ตัว 

5. ข้องอ11/2นิ้ว 8 ตัว 

6. ปลาดุก 100 ตัว 

7. ถังกรองน้ำ 2ใบ

8.ท่อ pvc ขนาด 4 หุน 1เส้น

9. ข้องงอ 4 หุน 5 ตัว 

10. ปั้มน้ำตู้ปลา 1 เครื่อง (เดิมออกซิเจนตัวเล็ก)



วิธีการทำ

 1. เจาะถัง 150 และถัง 200 ลิตร 

2. ผ้าถัง 200 ลิตร 

3. คัดท่อ pvc ประกอบ 

4. ใส่น้ำ 580 ลิตรลงในถังพลาสติก 

5. ใช้ปลา 100 ตัวลงในถัง 

6. ปั้มน้ำให้ไหลหมุนเวียน 

7. แล้วปลูกพืชที่กินในครัวเรือนตามความต้องการโดยใช้น้ำที่มีอยู่ในถังพักเป็นปุ๋ย เอาน้ำมารดพืชที่ปลูกไว้


*ปลาเมื่อเลี้ยงครบ 3-4 เดือนจะได้น้ำหนักประมาณ 30 กก. ขึ้นไป (อยู่ที่การดูแล) 

























วันอาทิตย์ที่ 24 มกราคม พ.ศ. 2564

เกษตรออฟฟิศ บทที่2 การปลูกข้าวลอยน้ำ

 


    การปลูกข้าวลอยน้ำ เนื่องจากปัจจุบันสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อมที่แปรปรวนอยู่ตลอดเวลาจึงทำให้เกิดภัยธรรมชาติขึ้นมากมายโดยเฉพาะปัญหาฝนตกหนักจึงทำให้เกิดน้ำท่วมไร่นาเสียหายซึ่งการปลูกข้าวลักษณะนี้จะช่วยป้องกันความเสียหายที่เกิดจากน้ำท่วมเนื่องจากการทำนาวิ่งนี้จะเป็นการปลูกข้าวในแปลงนาที่สามารถลอยน้ำได้ช่วยประหยัดต้นทุนการไถนาอีกทั้งใช้ได้กับในคลองน้ำหรือทะเลได้อีกด้วย



อุปกรณ์ในการเตรียมแปลงนา


1. ไม้ไผ่สำหรับทำโครงแปลงนาทั้ง 4 ด้าน

2. ถังพลาสติกลอยน้ำตามความเหมาะสม

3. ดิน 

4. ปุ๋ยคอก

5. ต้นกล้าข้าว




**หมายเหตุ: แพขนาด 1x2 เมตรได้ผลผลิตเป็นข้าวเปลือก 10 กก, สีเป็นข้าวสารได้ 5 กก. สีเป็นข้าวกล้องได้ 7 กก.























เกษตรกรออฟฟิศ บทที่ 7 แนะนำแนวทางก่อนลาออกจะงานประจำ มาทำการเกษตร

หลายๆคนมีความฝันอยากจะทิ้งความวุ่นวาย จอแจในเมืองใหญ่ กลับไปใช้ชีวิตแบบสงบและเรียบง่ายในชนบท โดยตั้งเป้าหมายว่าจะกลับไปใช้ชีวิตใ...